เมืองอันดง - หมู่บ้านฮาฮเว
เช้าวันต่อมาในเมืองคยองจู เราค่อยๆออกจากยอกวานด้วยอากาศหนาวๆ (คยองจูหนาวจริงๆ -_-") เรียกแท็กซี่ที่ฝั่งตรงข้าม Express Bus Terminal เรียกไปสถานีรถไฟด้วยเหตุผลว่านั่งรถไฟมันนั่งสบายกว่าและราคาก็ต่างกันไม่มาก เรานั่งแท็กซี่ไปถึงสถานีรถไฟคยองจูแค่ 1800 เองอ่ะ มิเตอร์ไม่กระดิกเลยด้วยซ้ำ เข้าไปถามในสถานีรถไฟก็ได้ความว่านั่งจากคยองจูไปเมืองอันดงอันเป็นเมืองสุดท้ายของการท่องเที่ยวที่ต่างจังหวัดของเราแค่ 6700 วอนและใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงเศษ ก็รีบซื้อเลยแล้วก็ออกไปหาบะหมี่ถ้วยกินที่ร้านสะดวกซื้อด้านนอกหน้าสถานีรถไฟ (ขอบอกว่าร้านสะดวกซื้อทุกแห่งจะมีที่ให้นั่งกินมาม่าด้วยล่ะ)
เราขึ้นไปนั่งสบายๆนบนรถไฟ หลับๆตื่นๆบนรถไฟได้ประมาณสองชั่วโมง รถไฟก็เทียบท่าที่เมืองอันดง ขอบอกว่าห้องน้ำของสถานีรถไฟที่นี่เริ่ดมาก เพราะประตูเป็นแบบเลื่อนได้อัตโนมัติ ห้องน้ำตกแต่งอย่างหรู แถมในห้องน้ำยังเป็นแบบปุ่มอัตโนมัติอีก 555 นี่หรือคือห้องน้ำในสถานีรถไฟ
ออกจากสถานีรถไฟมาเราก็เจอ i อยู่ทางซ้ายมือเลย (เบ้อเริ่มมาก) ข้างนอกมีติดป้ายว่าให้นักท่องเที่ยวลองใช้ Touch Screen ดู (แต่จากที่สังเกตไม่ค่อยจะมีคนใช้นะ) เราเดินเข้าไปขอข้อมูลเกี่ยวกับเวลารถสาย 46 ที่จะไปยังหมู่บ้านฮาฮเว เพราะมันนานๆมาที เมื่อได้รับคำตอบแล้วเราก็เดินออกมา ข้ามถนนและเดินไปทางซ้ายจะเจอป้ายรถเมล์ขนาดใหญ่ที่มีรถเมล์จอดอยู่หลายคัน เดินมาถึงหน้าป้ายจะมีร้ายของของตามสั่งสีแดงสะดุดตามาก รีบเข้าไปสั่งทันที คริคริ (หิวเรื่องใหญ่)
พอขึ้นรถเมล์ได้ก็เจอคุณป้าคนหนึ่ง แกถามว่าต้องการมินบักไหม (มินบักคือบ้านที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปอาศัยได้น่ะค่ะ) เราก็เลยถามว่า เท่าไหร่ แกบอกว่า 30000 วอน ซึ่งเป็นราคาปกติของมินบักในฮาฮเว (สำรวจข้อมูลมาแล้น) แต่ก็ต่อราคาไป ต่อราคากันพักหนึ่งแกก็โอเคกับราคา 25000 วอน (เหอเหอ) ตกลงกันเสร็จก็นั่งหลับๆตื่นๆไปเกือบ 40 นาทีรถเมล์ก็มาจอดหน้าหมู่บ้าน ข้างๆกันก็มี i ด้วย เราเสียค่าเข้าหมู่บ้านไปคนละ 1000 วอน และเดินตามคุณป้าแกไป (ตอนถาม i ที่สถานีรถไฟ เขาจะมีกระดาษเขียนตารางรถออกจากสถานีรถไฟและจากหมู่บ้านกลับเข้าเมืองด้วย เพราะงั้นไม่ต้องกลัวไม่ได้กลับ 555) แถมระหว่างทางที่จะเดินไปมินบักแก แกหยิบขนมตังเมจากร้านคนรู้จักส่งให้เราคนละชิ้นด้วย (เป็นขนมขึ้นชื่อของอันดงล่ะมั้ง ไปทางไหนก็มีแต่คนขาย กับอีกอย่างคือ ปลาทู) เดินไปประมาณ 15 นาทีเราค่อยมาถึงมินบักของแก แกเปิดห้องให้เราดู เป็นห้องแบบเก่าแท้ๆเลย (แบบที่เห็นได้เหมือนในละครแดจังกึมนั่นแหละ) แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าตรงไหนประตู ตรงไหนหน้าต่าง...มันเข้าได้หมดทุกทางเลยนี่นา!!! แต่ว่า - ห้องหนาวมาก!!! คุณป้าแกคงนึกว่าเราอาจจะออกไปเดินเที่ยวเลยยังไม่จุดไฟที่ใต้ที่พักให้ แต่มันหนาวจนแทบทนไม่ได้เลยพับผ่า! ที่นี่ลมแรงและหนาวกว่าวันไหนๆที่เราเคยเจอเลยทีเดียว เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ไปดูข้างนอกดีกว่า
เราออกไปข้างนอก ถ่ายรูปที่นั่นที่นี่ไปสักพัก ลมเริ่มแรงและฝนก็ลงเม็ด ที่นี่หนาวกว่าปกติเลยรีบกลับ แต่เพราะทนหนาวไม่ไหวเลยออกมาหาอะไรทานข้างนอกดีกว่า เราเจอร้านอาหารที่มีพลาสติกคลุมกันลมเอาไว้เลยรีบเข้าไป เราลองสั่ง ปลาทูของอันดงดูบ้าง มันเป็นปลาทูตัวโตๆกับเครื่องเคียงนั่นแหละ (ปลาทูบ้านเขาอย่างกะปลาทับทิมบ้านเรา -_-") เราแกกันจนแทบไม่เหลือแม้แต่ซากของความเป็นปลา (ซากยังไม่รู้จะดูเป็นปลาไหมเลยนะ) ก่อนจะจ่ายไปคนละ 17000 วอน อิ่มแปลกลับออกมาและรีบกลับเข้ามินบัก นั่งๆนอนๆอยู่กับความหนาวพักหนึ่งก็เจอคุณลูกชายเจ้าของบ้าน เลยรีบพุ่งเข้าไปถามยืนมองทันที (555 ขอย้ำว่ายืนมองตอนแกกำลังผ่าฟืนด้วยเอ้า!!!) เขามองแล้วก็ถามเราว่าหนาวเหรอ? (สำเนียงทางปูซานเลยนะนั่น -_-" แทบรับไม่ทัน) เราก็เลยว่า ใช่ - ช่วยจุดไฟให้หน่อยได้ไหม เขาก็บอกว่า ได้ๆ รอแป๊ปนึงนะ แล้วอีกสักพักเขาก็จุดไฟพร้อมๆกับที่มีอีกครอบครัวมานอนห้องข้างๆเรา พื้นห้องที่กำลังอุ่นสบายนกับข้างนอกตอนกลางคืนน่ากลัวมากแม้จะเป็นแค่หัวค่ำก็ตาม เราเลยตัดสินใจปักหลักอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปพบหน้าค่าตากับใคร นอนก็นอนเร็ว จบวันนี้ด้วยความพยายามดูทีวีไม่กี่ช่องกับการนอน (ขอบอกว่ามันหนาวมากซะจนไม่อยากกินโค้กที่ซื้อมาเลยทีเดียว อากาศมันหนาวกว่าโค้กอ่ะ เอาโค้กออกไปวางข้างนอกแป๊ปเดียวก็เหมือนแช่เย็นแล้ว)