2009/May/25

เรื่องของเรื่องคือ...ป่วยค่ะ

ป่วยหนักไม่หนักก็คิดเอาว่าถึงเวลาจะต้องไปหาหมอแล้วล่ะค่ะ ฮ่าๆๆ ไม่คิดว่ามันจะป่วยถึงขั้นต้องไปหาหมอ แต่ไม่ไหวแล้วล่ะ ตอนแรกเริ่มจากเป็นไข้ตั้งแต่วันกลับจากหาแม่กับพี่สาวแจ (ยี่สิบยี่สิบเอ็ดนู่น) จนกระทั่งเมื่อวาน เวรล่ะ - เจือกท้องเดินด้วย คลื่นไส้ด้วย ไม่เป็นอันนอนล่ะทีนี้ เวรกรรมจริงๆชั้น ตอนเช้าลุกขึ้นมาตั้งแต่ไก่โห่ไปเรียนหนังสือแบบซังกะตาย อารมณ์ทำหน้าแบบ ใครอย่ามาถามอะไรกรูนะ กรูไม่ตอบ ไม่มีอารมณ์ เหอเหอ ทำหน้าเป็นผีตายซากอยู่ในห้องจนกระทั่งเลิกเรียน

ไม่ได้ละ เราต้องไปหาหมอ!

ตอนแรกคิดไว้เลยค่ะว่า ไปโรงพยาบาลเลยดีกว่า คือว่ามหาวิทยาลัยยอนเซนี่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะมีโรงพยาบาลเป็นของตัวเองสำหรับพวกนักศึกษาแพทย์ เห็นเขาบอกว่ามหาวิทยาลัยรัฐอย่างโซลยูนี่ไม่มี ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า รบกวนใครรู้ช่วยตอบด้วยน้า... เอาเป็นว่าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยยอนเซมันชื่อว่า Severance Hospital ค่ะ (หรูซ้า...โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่นี่ คนละเรื่องกับ รพ.จุฬา เลยอ่ะ) เขาว่ากันว่ามันแพงด้วยแหละ ซึ่งเราก็คิดว่าแอบจริงเพราะเคยนั่งรถชัตเติลบัสจากตึกเรียนไปหน้าประตูใหญ่ ขนาดโรงพยาบาลเด็กที่อยู่ในเครือยังทำซะ...เอิ่ม...ค่ารักษาพยาบาลลูกกรูนี่คิดรวมกับค่ารักษาเครื่องเล่นในนั้นด้วยหรือเปล่าคะ?

แต่เอาล่ะ โรงพยาบาลที่ใกล้ทีสุดก็คือที่นี่แหละวะ แต่ช้าก่อน! วันนี้เรายังมีโปรโมชั่นนำเสนอ ฮ่าๆๆ ไม่เกี่ยวกันเลย แต่เผอิญน้องที่สนิทกันเขาบอกว่ามันจะมีคลินิกของมหาวิทยาลัยบริการในราคาย่อมเยาว์อยู่ภายในมหาวิทยาลัย ก็ลากสังขารเหี่ยวๆให้น้องไปถามที่ออฟฟิศว่า ไอ้คลินิกที่ว่านั้นมันอยู่แห่งหนใด

ได้ความมาว่าอยู่บน Global Lounge ชั้นสอง ซึ่งอยู่เกือบถึงประตูหน้าละ เวรกรรม กว่าจะคลานไปถึง...เอาวะ ไปก็ไป ไร้ทางเลือก ถูกเข้าว่า ไปถึง...มันอยู่คนละตึก ฮ่วย! (แต่ให้อภัยได้ เพราะหนุ่มน้อยเฝ้า Global Lounge โคตรหล่อ!) ไปอีกชั้นก็งมหากันพักหนึ่ง (คาดว่าก่อนกลับจะโปรแถวนั้น) แล้วเราก็เจอคลินิกที่ว่า โอ้วเย้! หน้าตามันเหมือนโรงพยาบาลขนาดย่อมแล้วล่ะค่ะ มีแผนกลงทะเบียน แผนกรับยา แผนกตรวจ แผนกฉายรังสี (จริงๆนะเออ แผนกนี้อ่ะ) และแผนกฉีดยา...ฮ่าๆๆ มาถึงก็กลัวล่วงหน้าแล้วล่ะว่ากรูจะโดนฉีดยากะเขาไหม (แบบว่าแม่มาไซโคไว้เยอะว่า...ระวังไข้หวัดหมู)

ไปแบบงงๆ ตอนแรก พนักงานที่ลงทะเบียนถามว่า

"เป็นอะไร?"

"พูดภาษาอังกฤษได้ไหมคะ?"

พนักงานนิ่งไปแป๊ปนึงแล้วก็ถามชื่อเป็นภาษาอังกฤษ หลังจากนั้น...

"เดี๋ยวไปนั่งรอทางนั้นนะคะ แล้วพอหน้าจอทีวีขึ้นชื่อแล้วให้ไปที่ห้องตรวจ พอตรวจเสร็จแล้วก็กลับมาที่ห้องนี้อีกครั้ง..."

 

 

จบ

ทั้งหมดเป็นภาษาเกาหลี!

ฮ่วย! แล้วมรึงจะพูดภาษาอังกฤษถามชื่อกรูทำม๊ายยยยยยยยยยยย

หลังจากนั้นก็นั่งเอ๋อไปสิบห้านาที มันก็เรียกชื่อ โอ้ว! ชื่อขึ้นบนหน้าจอทีวีด้วยแหละ แหะแหะ กำลังดูรายการเพลินๆ ก็เข้าห้องตรวจ และเหมือนหมอจะรู้ว่าเป็นคนต่างชาติจากชื่อ มาถึงก็พูดภาษาอังกฤษให้

"Sit Down, please. What's your name?"

เอาวะ กรูจะได้อธิบายถูกว่าป่วยยังไง อาการยังไง แต่พอนั่งปุ๊บ?

"เป็นอะไรมาคะ?"

เวร แล้วจะถามอังกฤษทำเปรี้ยวอะไรวะ!? ดีนะที่ขนบรรดาศัพท์ที่เกี่ยวกับอาการป่วยของตัวเองทั้งหมดมา (คิดดู - ป่วยยังต้องเตรียมตัวไปหาหมอมากมายขนาดนี้) และพอตอบเสร็จ หมอก็พูดออกมาเป็นภาษาเกาหลียาวยืดได้ใจความ (เท่าที่ฟังออกอ่ะนะ) ว่า

"เดี๋ยวหมอจะสั่งยาให้นะคะ จะมียาหนึ่งตัวที่พอหยุดท้องเสียแล้วให้หยุดกิน กับยาอีกชุดหนึ่งที่ทานจนกว่าจะหมด ระหว่างนี้ก็ห้ามกินพวกบรรดาผลไม้ อ้อ! แล้วก็ห้ามกินข้าวนะคะ ถ้าหิวหมอแนะนำเป็นข้าวต้มหรือโจ๊ก หรือพวกน้ำซุปจนกว่าจะหยุดท้องเสีย ระหว่างนี้ก็ให้ทานน้ำอุ่นเยอะๆ หลังจากนี้แล้วถ้าอีกสองวันอาการไม่ดีขึ้น ก็กลับมาให้หมอดูอาการใหม่ก็แล้วกันนะคะ"

จบ!

แมร่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

กรูนึกว่าพูดภาษาอังกฤษได้ TT ทักทายซะดิบดี (ไอ้ประโยคข้างบนที่ว่ามานั้น เป็นภาษาเกาหลีนะคะ นี่ขนาดจับได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วนะคะ T^T คิดดูดิว่าถ้าฟังออกทั้งหมดจะขนาดไหน) ไม่เกรงใจเลยยยยยยยยยยยยว่าชื่อกรูน่ะ Sarin Borirakchatchai ยาวเหยียดขนาดนี้เป็นเพื่อนบ้านแกมั้ง?

จบค่ะ เหนื่อย -_-" ออกมารอรับยา ซึ่งก็ได้อย่างรวดเร็ว ที่นี่ทำงานเร็วมากเลยนะ อันนี้ขอชม โอ้ววววว เหมือนโรงพยาบาลบ้านเราเลยล่ะค่ะ เพียงแต่เป็นคลินิกเล็กๆเท่านั้นเอง จ่ายเงินไป 10,840 วอน (ประมาณสามร้อย) ก็ไม่แพงนะ พอๆกับบ้านเรา เอาวะ ดีกว่าต้องโดนหมอจับโรงพยาบาล มานอนโรงพยาบาลที่ต่างประเทศคงไม่เวิร์คซะเท่าไหร่

แต่ที่นี่จะจ่ายยาให้อย่างมากก็สองวันเองนะคะ ส่วนใหญ่จะให้มาแค่นั้น ไม่ให้ทั้งอาทิตย์เหมือนบ้านเรา กะว่ายังไงๆก็ต้องหายภายในสองวันนี่แหละวะ เขาไม่ให้ยาเกินก่วานั้นนะคะ ถ้าภายในสองวันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น เราจะต้องกลับไปหาหมอใหม่ แล้วหมอเขาก็จะวิเคราะห์อาการขั้นต่อไปค่ะ

เอารูปซองยากับยามาฝากด้วย สวยดี แหะแหะ ยังไม่วาย...

นี่คือถุงยานะคะ ไม่ใช่ซองยาแต่อย่างใด แต่พิมพ์มาเรียบร้อยเสร็จสรรพ นี่ขนาดคลินิกเล็กๆนะเนี่ย ถ้าเป็นโรงพยาบาลไม่ประทับกับตัวยาให้เลยรึไง? ไฮโซมั่กๆ คนเกาหลีเขานิยมเขียนนามสกุลไว้ข้างหน้าใช่ไหมคะ? แต่นามสกุลเราเนี่ยยาวตั้งวา เพราะฉะนั้นจะเขียนชื่อได้ไม่ครบค่ะ -_-" ประจำ...เป็นปมด้อยของเราเลยนะ

นี่ค่ะ หน้าตาซองยาบ้านเขา อันนี้สำหรับชุดที่หมอแกบอกว่าให้กินให้หมดไม่ว่าจะกรณีอะไร และเพราะเขาจัดมาให้เป็นชุดๆแบบนี้แล้ว จะไม่มีการบอกหมอบ้านเขาเลยค่ะว่า ลืมกินยาตัวนั้นตัวนี้ทำให้ยาเหลือ ข้ออ้างไม่มีนะคะ เพราะเขาทำมาเป็นแบบนี้เลยค่ะ น้องบอกว่าน่ารักดีให้ถ่ายรูปไว้ ไหนๆก็ไหนๆแล้วเลยเอามาเขียนบล็อกซะเลย

อันนี้เป็นหน้าตาเกลือแร่บ้านเขานะคะ ดูเหมือนจะผสมยาฆ่าเชื้อไว้ด้วยมั้ง เอาเป็นว่า...มันไม่เหมือนบ้านเราค่ะ ไม่เหมือนยังไงเหรอ? ก็ตรงที่ว่าบ้านเขาเกลือแร่มันมาเป็นน้ำๆแล้วน่ะสิคะ จริงๆนะ - ไม่ต้องอ้างว่าผสมน้ำผิดสัดส่วนเลยไม่หายสักที (เหมือนพวกที่ชอบบ่นว่าหาหมอไม่หายแล้วก็ไปขอยานู่นนี่จากที่ไหนไม่รู้มากินแทน...น่ากลัวกว่านะนั่นน่ะ)

ที่นี่ต้องตามคำสั่งหมอด้วยนะคะอีกประการหนึ่ง อย่างยาเม็ดนั่น เภสัชที่จ่ายยา (ซึ่งก็ถามชื่อเราเป็นภาษาอังกฤษและยัง still อธิบายให้ฟังเป็นภาษาเกาหลี แหม ช่วยได้เยอะเลยนะ) บอกว่า ยาเม็ดให้กินหลังทานอาหารไปแล้วครึ่งชั่วโมง (คาดว่าคงจะกัดกระเพาะชนิดเอาให้เป็นรูโหว่ทะลุมองเห็นลำไส้ใหญ่กันเลยทีเดียว ส่วนไอ้น้ำนี่ ให้ทานหลังจากที่ทานยาเม็ดไปแล้วหนึ่งชั่วโมงค่ะ (เอ้า! ว่าแล้วก็นั่งนับเวลากันต่อปาย เหอเหอ)

นี่แหละหนาความลำบากของคนอยู่เกาหลี...พูดภาษาเกาหลีก็ยังไม่คล่อง คนที่นี่ก็อย่าไปหวังว่าจะพูดภาษาอังกฤษกันได้เพราะมีหยิบมือ (แต่ขอโทษเหอะ - ออกไปนอกเมืองนิดเดียว พูดอังกฤษกันได้ตรึม!) ไม่รู้จะรักชาติกันไปไหน แค่นี้เขาก็รักชาติแกจนต้องมาเรียนภาษากันโครมๆแล้วนี่แหละ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
Hello! แปลกดีนะครับที่นั่น See Youquestion
#1  by  คุณจ้าวจ๊อดด!!! At 2009-05-25 14:51, 
นั่งอ่านที่อัพไปแล้ว ฮาได้อีกจริงๆ ฮ่าๆๆ
นี่ขนาดว่าพูดไม่ได้นะ ยังฟังที่หมอพูดมาได้เพียบเลย
ถ้าเป็นหวานคงนั่งงงกับหมอต่อไป ฮ่าๆๆ
(เพราะงั้นห้ามป่วย ห้ามตายเด็ดๆ)

ว่าแต่ว่า...ทำไมไม่นอนพักล่ะนั่นคุณพี่ - -"
ยั๊งงง อุตส่าห์มานั่งอ
#2  by  Luminated Color of Life At 2009-05-25 16:49, 
กดเม้นใหม่นะ เมื่อกี้เนตมันเออเร่อ...บ้าจริง - -

นั่งอ่านที่อัพไปแล้ว ฮาได้อีกจริงๆ ฮ่าๆๆ
นี่ขนาดว่าพูดไม่ได้นะ ยังฟังที่หมอพูดมาได้เพียบเลย
ถ้าเป็นหวานคงนั่งงงกับหมอต่อไป ฮ่าๆๆ
(เพราะงั้นห้ามป่วย ห้ามตายเด็ดๆ)

ว่าแต่ว่า...ทำไมไม่นอนพักล่ะนั่นคุณพี่ - -"
ยั๊งงง อุตส่าห์มานั่งอัพบล็อกเน้ออออ
หายเร็วๆล่ะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยเจอกัน ^^

ป.ล.ถุงยาน่ารัก ไว้จะขอรูปพร้อมรูปหนุ่มน้อยคนนั้น
ป.ลล.อัพกลอนที่แปลไว้ในบล็อกหวานแล้วนะ
หวานใส่เครดิตให้พี่เจเป็นชื่
#3  by  Luminated Color of Life At 2009-05-25 16:53, 

<< Home


++**Jaejoong's Honey**++
View full profile